สถานการณ์ความรุนแรงดูไม่น่าไว้วางใจเท่าไหร่ องค์กรหลายแห่งก็เริ่มนำ Communication Tree หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า comm.tree ออกมาใช้กันแล้ว comm tree เป็นการสื่อสารภายในองค์กร ในภาวะฉุกเฉินหรือนอกเวลาทำการ วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของพนักงาน และสื่อสารข่าวสารสำคัญภายในองค์กร ในกรณีฉุกเฉินที่การสื่อสารทั่วไปอาจติดขัด หรือล่าช้าไม่กันการ

ภาพจาก ICT4D { ict . or . th } ข่าวไอซีทีเพื่องานพัฒนาสังคม

ลักษณะของ communication tree เป็นเหมือนต้นไม้กลับหัว คือมีรากอยู่ข้างบน แล้วมีกิ่งก้านสาขาอยู่ด้านล่าง เอาเป็นว่าหน้าตาเหมือนผังองค์กรทั่วไปน่าจะเข้าใจได้ง่ายกว่า แต่อย่างไรก็ตาม comm tree ไม่จำเป็นต้องมีลัีกษณะตรงกับผังองค์กรเสมอไป ถึงแม้ว่าจุดเริ่มต้นจะเป็นที่ผู้นำองค์กร แต่รูปแบบการกระจายข่าวสารจะเน้นความรวดเร็วเป็นหลัก โดยไม่คำนึงถึงสายการบังคับบัญชา

แต่ละคนในองค์กร จะถูกติดต่อในกรณีฉุกเฉินและเมื่อได้รับการติดต่อ แต่ละคนต้อง

  • ติดต่อคนถัดไปที่อยู่ใต้คุณใน comm tree โดยส่งต่อข่าวสาร ที่ชัดเจน ถูกต้อง ตามที่ได้รับมา
  • ถ้าไม่สามารถติดต่อคนที่อยู่ถัดจากคุณไปได้ ให้ข้ามและติดต่อคนที่อยู่ถัดไปในสาย
  • เมื่อติดต่อคนถัดไปจนถึงสุดสายการติดต่อแล้ว ให้รายงานกลับไปยังคนที่อยู่เหนือคุณ ถึงสถานะของแต่ละคนในสายการติดต่อนั้นๆ

หากออกแบบ communication tree ได้ดี จะช่วยให้การตรวจสอบสถานะความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ในองค์กร ทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถใช้สื่อสารข้อความฉุกเฉินได้อาทิเช่น บริษัทปิดทำการ เป็นต้น ในอดีตที่ผ่านมา มีหลายเหตุการณ์ที่สังเกตได้ว่า communication tree มีบทบาทอย่างมากในภาวะไม่ปกติ ไม่ว่าจะเป็นช่วงการเกิดสึนามิ (เกิดเหตุเช้าวันอาทิตย์) เหตุการณ์วางระเบิดในช่วงวันหยุดปีใหม่ รวมไปถึงการปฎิวัติเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

ข้อควรพิจารณาในการจัดทำ communication tree

  • หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ ควรจะมีทั้งโทรศัพท์มือถือและโทรศัพท์บ้าน
  • communication tree จะต้องจัดทำไว้ก่อนล่วงหน้า รวมถึงการสื่อสารให้คนในองค์กรเข้าใจวิธีปฎิบัติด้วย ทุกคนในองค์กรต้องรู้ว่า ใครจะติดต่อเขาและเขาต้องติดต่อใครต่อ
  • ต้องมีการอัพเดตข้อมูลใน comm tree ให้ทันสมัยอยู่เสมอ พนักงานเข้าใหม่ ลาออก เปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ เป็นต้น
  • ถ้าเป็นไปได้ ควรจัดเตรียม hot line สายหนึ่ง (มักจะเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคล หรือ corperate security officer) ไว้สำรองเสมอ
  • communication tree ถือเป็นเอกสารที่เป็นความลับ การกระจายข้อมูลให้พนักงานแต่ละคน ควรทำด้วยความรอบคอบ พนักงานแต่ละคน จำเป็นต้องทราบเฉพาะสายการสื่อสารที่เขาเกี่่ยวข้องด้วยเท่านั้น และไม่จำเป็นต้องทราบสายการสื่อสารของคนอื่น (รวมถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเช่นหมายเลขโทรศัพท์บ้าน)

ภาพโดย MacroArt

งาน BarCamp Bangkok ครั้งที่ 2 คราวนี้จัดที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผมเองไม่ได้มีโอกาสเข้าร่วม Barcamp ครั้งแรก แต่ได้มีโอกาสสัมผัสงานในลักษณะครั้งนี้คือตอน DrupalCampBangkok แต่คราวนี้เรียกว่าใหญ่กว่ามาก มีคนลงทะเบียนมากกว่า 400 คน จำนวนห้องสัมนาก็มีหลายห้อง เนื้อหาก็หลากหลายมากขึ้นเยอะ โพสนี้เอาเป็นว่าผมเล่าเนื้อหาที่เข้าฟังก่อนก็แล้วกันนะครับ ความรู้สึก บรรยากาศ และสิ่งที่สังเกตเห็น คงต้องยกยอดไปเป็นโพสต่อไป

งานคราวนี้แบ่งเป็นสองวัน คือวันเสาร์ที่ 30 และวันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2551 ผมเข้าฟังโดยตลอดจนจบ บางช่วงก็สลึมสลือบ้าง จำไม่ได้ว่าตัวเองอยู่ห้องไหน หัวชื่อเรื่องอะไร ใครเป็นคนพูด เอาเป็นว่าถ้าผมจำผิดก็ขออภัยนะครับ

วันเสาร์

  • Firefox 3.1 โดย @gen ไฟร์ฟ็อกซ์รุ่นใหม่นี้มีชื่อรหัสว่า Shiretoko ซึ่งเป็นชื่ออุทยานแห่งชาติในญี่ปุ่น เพิ่งรู้่เหมือนกันว่า่แต่ละรุ่นเขาตั้งชื่อตามอุทยานแห่งชาติของประเทศต่างๆ ส่วนสำคัญที่พัฒนาเพิ่มมาจาก FF3 คือ
    • การเปลี่ยนไปใช้ JavaScript Engine ตัวใหม่ที่ชื่อว่า TraceMonkey ทำให้ FF3.1 จะสามารถรัน JS ได้เร็วกว่า FF3 โดยเฉลี่ย 10 เท่า
    • สนับสนุน <audio> และ <video> แบบ native ด้วย
    • มี tab control interface แบบใหม่
    • กำหนดออกปลายปี 2008
  • Mozilla Labs โดย @gen เป็น Open Source R&D มีบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ น่าสนใจหลายตัวทีเดียว
    • Mozilla Weave ไอเดียประมาณ online service ที่ให้เราสามารถ sync และแบ็คอัพข้อมูลจากการใช้เว็บของเราไม่ว่าจะเป็น history, bookmark, cookies หรือแม้กระทั่งเนื้อหาฟอร์ม ไว้บนเซิร์ฟเวอร์ได้ ตอนแรกผมเข้าใจว่าคล้ายๆ mobile.me ของแอปเปิล แต่ Mozilla เปิดซอร์สโค้ดด้วย หมายความว่าเราตั้งเซิร์ฟเวอร์ซิงค์เองก็ได้ น่าจะมีคนเอาไปต่อยอดทำบริการดีๆ ออกมาได้นะเนี่ย
    • Aurora เป็นความร่วมมือระหว่าง Mozilla Labs กับ Adaptive Path เพื่อพยายามสร้างรูปแบบการใช้งานอินเตอร์เน็ตในยุคหน้า ประมาณว่าอีกซัก 10 ปี เราจะใช้วิธี “แหวกว่าย” ไปตามกระแสเว็บเพจที่มีเยอะแยะมากมาย เจ๋งดี
    • Prism เปลี่ยน web application ให้กลายเป็น desktop โดยที่ยังคงความสามารถต่างๆ ไว้เหมือนเรียกใช้จาก Firefox เพราะใช้ engine ตัวเดียวกัน เพียงแต่สามารถทำงาน offline ได้ และมี environment แยกต่างหาก ต่อให้ FF เดี้ยงแอพลิเคชันบน Prism ก็ยังไม่สะเทือน
    • Snowl เป็น add-on บนไฟร์ฟ็อกซ์ ทำให้สามารถพวก Instant Messaging, feeds หรือแม้แต่ twitter ได้ภายในเบราว์เซอร์เอง
    • Ubiquity เป็นการผสาน command line เข้ากับ GUI แถมยังทำการ mash-up โดยดึงข้อมูลมาจากหลายๆ เว็บมารวมเข้าด้วยกัน ผู้ใช้เพียงแต่สั่งในลักษณะที่เป็นภาษาธรรมชาติเท่านั้น
  • หลักวิทยายุทธกับการออกแบบระบบคอมพิวเตอร์ โดย @putchonguth ท่านเปรียบเทียบหลักการออกแบบระบบคอมพิวเตอร์กับหลักวิทยายุทธไว้อย่างน่าสนใจ และสนุกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ สี่ตำลึงปัดพันชั่ง สูงสุดคืนสู่สามัญ เร็วช้าหนักเบา กระบี่อยู่ที่ใจ และอื่นๆ ตอนนี้ชักเลือนๆ ไปหน่อยแล้ว มัวแต่ดูรูปหลิวอี้เฟยบนสไลด์ของท่านเลยลมปราณแตกซ่าน พาลจำเนื้อหาไม่แม่นเสียแล้ว
  • FOSS in Asia รายการนี้เป็นการอภิปรายครับ ดำเนินรายการโดยนักศึกษาต่างชาติ ที่มาทำวิจัยเรื่อง FOSS (Free & Open Source Software) ในเอเชีย ประเด็นปัญหาคือ ทำไม FOSS ประสบความสำเร็จน้อย ในเอเชียและในประเทศไทย ประเด็นที่มีการพูดถึงกันก็คือ
    • ภาษา และการขาดแคลนหนังสือหรือเอกสารที่เป็นภาษาไทย
    • การที่มีผู้ค้า commercial software ที่เข้มแข็งในเมืองไทย และบุกตลาดสถาบันการศึกษาได้อย่างประสบความสำเร็จ
    • รูปแบบธุรกิจที่ยังไม่ชัดเจนว่า FOSS จะทำให้เกิดธุรกิจได้อย่างไร
    • การนำ FOSS ไปใช้แต่ยังมีอัตราการ contribute น้อย
  • ทำบล็อกอย่างไรให้ได้ตังค์ โดย @DekAds เป็นการแบ่งปันมุมมองของ ad agency ว่าบล็อกลักษณะไหนที่จะสามารถหาโฆษณาได้ง่าย
    • สร้างเนื้อหาที่ดีมีคุณภาพ อย่าเอาแต่ cut + paste
    • โฟกัสให้อยู่ในแนวทางของ blog ตัวเอง อย่าออกนอกลู่นอกทาง (blog นี้ตกครับ มี entry นอกเรื่องอยู่กว่าครึ่ง)
    • ตอนนี้ประเภทของ blog ที่มีผู้สนใจลงโฆษณามาก จะเป็นกลุ่ม IT gadget และแฟชั่นกับ beauty
  • Barcamp บ้าพลังลดโลกร้อน (ขออภัยเข้าห้องสาย ไม่ทราบว่าใครพูด) แต่แนวคิดน่าสนใจมาก ไอเดียง่า่ยๆ แค่เอาขวดใส่น้ำไปใส่ไว้ในถังน้ำชักโครก จะช่วยลดปริมาณการใช้น้ำได้เป็นลิตร ทุกๆ ครั้งที่กดชักโครก แถมมีการตั้งเป้าหมายและประชาสัมพันธ์ให้มีส่วนร่วม โดยให้ถ่ายวีดีโอแล้วอัพโหลดขึ้นเว็บเพื่อนับจำนวนคนที่เข้าร่วม เจ๋งมาก แต่เสียดายไม่ได้จด URL ไว้ ใครทราบรบกวนแจ้งไว้ด้วยครับ นอกจากนี้แล้วยังมีการให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้ภาชนะบรรจุเครื่องดื่ม เพิ่งมารู้เอาตอนนี้เองว่าขวดแก้วกับกระป๋องอลูมิเนียม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่ากล่องกระดาษอาบพลาสติกมัน เพราะสามารถมา reuse ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
  • โปรเจ็คลับ ROTI (โดย @kengggg และ @pphetra) ต้องยอมรับว่าเดินเข้ามาด้วยแรงโรตีดึงดูดจริงๆ กับคำว่าโปรเจ็คลับนี่แหละ แนวคิดของโปรเจ็คโรตีเป็นประมาณคล้ายๆ blog portal เหมือน technorati แต่ของไทยเรามีดีกว่าตรงที่ใส่ไข่ได้ด้วย เอ๊ย ไม่ใช่ ตรงที่สามารถสร้างลิงค์ของเนื้อหาในบล็อก กับบล็อกอื่นๆ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกันโดยอัตโนมัติ โดยดูจากเนื้อหาที่ผ่านการตัดคำภาษาไทยมาแล้ว ให้น้ำหนักมากขึ้นสำหรับคำที่เป็น tag เข้าใจว่าตอนนี้กำลังหา beta tester อยู่นะครับ สนใจติดต่อ @kengggg หรือ @pphetra

ต้องขอแบ่งออกเป็นส่วนๆ ละครับ ตามหลัก release early, release often เพราะวันนี้ตาจะปิดอยู่แล้ว ยังมีเรื่องดีๆ อีกมากไว้จะมาเล่าให้ฟังอีกนะครับ


© 2007 BzInsight | iKon Wordpress Theme by Windows Vista Administration | Powered by Wordpress