ข้อสังเกตและบรรยากาศการจัดงาน
โดยรวมถือว่าดีมากครับ ไม่ว่าจะเป็นด้านการประชาสัมพันธ์งาน ทำได้ดีมาก ผมชอบการทำวีดีโอประชาสัมพันธ์ทำให้คนเข้าใจความสำคัญของการมีส่วนร่วม หัวข้อที่นำมาคุยกันก็เลยหลากหลาย สถานที่ก็เลือกได้ดีครับ แต่ละห้องมีขนาดกำลังเหมาะ และยังทำให้เราได้รับการสนับสนุนจากน้องๆ คณะวิศวะฯ จุฬาด้วยในการลงทะเบียน อินเทอร์เน็ตไร้สายก็ทำงานได้ดีมาก การลงทะเบียนอินเตอร์เน็ตสะดวก อาหารเครื่องดื่มของว่าง คุณภาพดีเลยครับ ขอบคุณทั้งสปอนเซอร์และผู้จัดหาด้วยครับ จำนวนห้อง วันแรกดูจะเยอะไปหน่อย ทำให้การเลือกหัวข้อทำได้ยาก และบางหัวข้อมีคนเข้าน้อย ส่วนวันอาทิตย์ดูลงตัวกว่ามาก
บรรยากาศในงาน ก็ถือว่าอบอุ่นเป็นกันเองนะครับ ป้ายชื่อและ twitter name นี่ช่วยได้เยอะมาก เพราะใหญ่ดี เห็นชัดทำให้เราสามารถทักคนที่เคยคุยด้วย online ได้ ถ้าไม่เห็นป้ายชื่อเลยคงเหงาน่าดู ผมชอบความรู้สึกเวลาเปลี่ยนห้อง แล้ววิ่งหาหัวข้อที่จะเข้าต่อไป อารมณ์ประมาณเปลี่ยนชม.เรียนมหาวิทยาลัยยังไงยังงั้นเลย แล้วถ้าให้มองกันจริงๆ ผมว่าความรู้ที่ผมได้รับในช่วงสองวันนี่ น่าจะเหมือนกับการอัดการเรียนซักประมาณครึ่งเทอมมาไว้ในเวลาแค่เสาร์อาทิตย์เดียวกัน มีความสุขมากครับ
ผมพบว่า ผู้เข้าร่วมงานโดยส่วนมากมีส่วนร่วมดีมากๆ การบรรยายหรืออภิปรายเป็นภาษาอังกฤษดูจะไม่ค่อยเป็นอุปสรรคเท่าไหร่ แต่สังเกตเหมือนกันว่า ถ้าการอภิปรายเป็นภาษาอังกฤษ ชาวไทยเราจะเสนอความคิดเห็นน้อยกว่ากรณีที่อภิปรายเป็นภาษาไทย ซึ่งก็คงเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ถ้ารายการไหนอภิปรายเป็นภาษาไทยและมีคนร่วมอภิปรายด้วยหลายคน สนุกและได้ความรู้มากเลยครับ
หัวข้อที่ได้รับความสนใจ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหัวข้อในแนว web 2.0 และ development เป็นส่วนใหญ่ กับประเภทที่ฉีกแนวออกไปเลย ซึ่งก็สะท้อนความสนใจของกลุ่มคนที่เข้าร่วมได้ดีทีเดียว ที่เห็นได้น้อยมากคือหัวข้อที่เกี่ยวกับ IT mainstream หรือการใช้งานในภาคธุรกิจ เห็นหัวข้อเกี่ยวกับ Microsoft Sharepoint อยู่เพียงหัวข้อเดียวที่มีการเสนอ คาดว่าถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับงานไอทีในภาคธุรกิจ หรือเกี่ยวกับผู้ผลิต commercial software รายใหญ่ๆ รูปแบบการจัดงานคงไม่ได้เป็นลักษณะ Barcamp แบบนี้
การร่วมงานของคนต่างชาติ ฝรั่งเหล่านี้หลายคนมาอยู่เมืองไทยได้หลายปีแล้ว แต่ก็มีบางคนที่ดูเหมือนจะมาเมืองไทยเพื่อกิจกรรมนี้โดยเฉพาะ เขาเหล่านั้นได้เข้าร่วมจัดงาน เป็นสปอนเซอร์ รวมถึงมีส่วนร่วมมากอย่างเห็นได้ชัด ผมรู้สึกขอบคุณพวกเขาเหล่านั้นนะครับ ในขณะเดียวกัน ผมเองก็มองเห็นว่า ในฐานะคนไทย การเข้ามีส่วนร่วมกับกิจกรรมในลักษณะนี้ ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง จะมีส่วนช่วยผลักดันการพัฒนาวงการไอทีบ้านเราไปได้ และผมเองก็น่าจะมีส่วนร่วมได้มากกว่านี้
สิ่งที่ได้รับจากงาน
แน่นอนครับ ได้รับความรู้เพิ่มขึ้นแน่ๆ เรื่องราวหลายเรื่องที่อาจจะไม่เคยสนใจ หรืออาจจะสนใจแต่ไม่สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้สะดวกนัก ก็มาได้คำตอบเอาที่นี่ ความรู้ที่ได้จากงาน BarCamp คงไม่สามารถทดแทนรูปแบบการหาความรู้อื่นๆ ได้ทั้งหมด แต่ก็เป็นแนวทางที่จะช่วยให้เรียนรู้ต่อไปได้ง่ายขึ้น
มุมมองที่หลากหลายมากขึ้น นอกจากตัวความรู้เองแล้ว ผมพบว่าแง่คิด มุมมองจากประสบการณ์ที่หลากหลายของผู้เข้าร่วม เปิดมุมมองที่กว้างขึ้นให้กับผม มองเห็นเรื่องอื่นได้กว้างขึ้น มองจากมุมมองที่แตกต่างออกไปจากเดิม
เพื่อนใหม่ หลายคนที่เคยคุยด้วยทาง twitter แต่ไม่เคยพบหน้าตัวจริง ก็ได้มีโอกาสได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรู้จักกัน และอีกหลายคนที่ไม่เคยได้รู้จักกันมาก่อนเลย ก็ได้ทำความรู้จักกันด้วย
และท้ายที่สุด (แต่อาจจะสำคัญที่สุดเหมือนกัน) คือผมได้แรงบันดาลใจครับ การให้โอกาสตัวเองก้าวออกไปจากวิถีชีวิตเดิมๆ เปิดสายตาเปิดหูรับรู้รับฟังเรื่องราวใหม่ๆ ในขณะเดียวกันก็ถือโอกาสแบ่งปันประสบการณ์ที่ตัวเองได้รู้มาให้คนอื่นบ้าง สามารถสร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี การเห็นคนอื่นลงมือลงแรงทำเรื่องดีๆ ทำให้ผมมีพลังมากขึ้นที่ทำอย่างนั้นบ้าง
อยากเชิญชวนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ถ้ามีโอกาสในครั้งหน้าที่มีงานลักษณะนี้อีก อยากให้เข้ามาร่วมกันนะครับ อาจจะได้อะไรกลับไปมากกว่าที่คุณคิดก็ได้
ภาพโดย arjinkk มาเล่าต่อครับ คราวที่แล้ว ยังไม่จบวันเสาร์ดีเลย
วันเสาร์ (ต่อ)
- Web 2.0 around the world โดย Preetamrai ด้วยความที่เขาเดินทางไปหลายที่มาก ก็เลยรวบรวม web 2.0 กับ mobile apps จากหลายประเทศ และมีหลายหมวดหมู่มาก คงไล่ไม่หมด ดูสไลด์ที่นี่ แต่ผมเองก็ได้ข้อสังเกตบางอย่าง
- บางเว็บก็เป็นอะไรที่แปลกแหวกแนวไปเลย อย่าง “อนุทินรัก” (ตั้งชื่อเองนะครับ) แบบให้กาปฏิทินไว้ว่า sex experience ในแต่ละคืนเป็นยังไง ถ้าสีแดงเข้มก็แสดงว่าดีมาก สีจืดหน่อยก็คงกร่อยไปตามลำดับ
- บางเว็บก็ลอกของฝรั่งมาดื้อๆ ซะงั้นแหละ อย่าง facebook clone ในพม่า ประมาณว่ารัฐบาลบล็อกเว็บนอก ก็ทำมันเองเป็นเว็บท้องถิ่นเสียเลย ดังได้เหมือนกัน
- บางอย่างก็เป็นอะไรที่เพิ่มขึ้นมาเพียงนิดเดียว นิดเดียวจริงๆ จากของดั้งเดิม ตัวอย่างเช่นเว็บของญี่ปุ่น ที่เหมือน YouTube มาก เพียงแต่สามารถพิมพ์ subtitle หรือคอมเม้นต์แบบ realtime ลงไปได้เลย เขาเล่าว่าที่ต้องมาทำเองเพราะ Youtube ไม่ให้ทำ ณ เวลานั้น พลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้ดีเลยเชียว
- เว็บ social network แบบเจาะจงกลุ่มก็มีหลากหลายรูปแบบ มีแบบประเภทแฟนคลับวงดนตรีด้วย
- ไม่ยังมีเว็บไทย ถามกันในห้องที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดก็เห็นจะเป็น GotoKnow.org
- Thai Culture @ Work in International Company ประเด็นของผมในหัวข้อนี้คือ การที่บริษัทต่างชาติทางตะวันตก เช่นอเมริกันหรือยุโรป มักจะมีสัดส่วนผู้่นำองค์กรที่เป็นชาวไทย (และชาวเอเชีย) ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ผมมีความเชื่อว่าส่วนหนึ่งเกิดจากความแตกต่างทางวัฒนธรรม เลยเสนอมุมมองว่า วัฒนธรรมไทยบางอย่างจะถูกมองและตีความ ในสายตาของชาวตะวันตกอย่างไร ดูสไลด์ที่นี่
- Embeded Systems (ขออภัยด้วยครับ ไม่ได้ถามชื่อผู้บรรยาย ทราบแต่ blog อยู่ที่ mr-emj.blogspot.com) เป็นการเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์เกี่ยวกับ embeded systems แบบต่างๆ ระบบพวกนี้เป็นคอมพิวเตอร์ย่อยๆ เลยละครับ คือมีทุกอย่างอยู่ในตัว สมัยผมเรียนเรียกกันว่า single board คือมี CPU หน่วยความจำ I/O และอาจจะมี display บ้างเล็กน้อย มักจะใช้ในการควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างอื่นอีกที แต่มาดูสมัยนี้ก้าวหน้าไปมาก จากแต่เดิมที่ต้องโค้ดกันด้วย Assembly เป็นหลัก เีดี๋ยวนี้เขียนเป็น C หรือ Java ลงไปได้แล้ว ดูเหมือนตลาดอุปกรณ์เหล่านี้ก็ยังมีอยู่บ้าง เพียงแต่ในไทยเราผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ที่จะต่อยอด นำ embeded systems ไปสร้างให้เกิดเป็น commercial products ยังมีจำนวนน้อยอยู่
วันอาทิตย์
เราเริ่มกันประมาณ 11:30 ครับ เพราะดูเหมือนทุกคนจะมาสายกันหมด ประมาณว่าเมื่อคืนวันเสาร์หนักไปหน่อย จำนวนห้องบรรยายลดลงเหลือ 4 ห้อง แต่เนื้อหาของแต่ละห้องก็เข้มข้นไม่แพ้วันเสาร์เลย
- mySQL Tuning โดย @FordAntiTrust เนื้อหาลงเทคนิคลึกเกินความรู้ด้าน mySQL ของผมครับ แต่พอสรุปได้ว่าหลักในการทำ tuning ของฐานข้อมูลแต่ละตัวหลักใหญ่ไม่แตกต่างกัน แต่ในรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันมาก และต้องอาศัยความรู้ ข้อมูลอ้างอิง และประสบการณ์มากทีเดียว ถึงจะดึงความสามารถของฐานข้อมูลมาใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ ดูสไลด์ ที่นี่ครับ
- ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์กับชีวิต freelance โดย @9Aum และ @FordAntiTrust สนุกและได้ความรู้มากทีเดียวครับ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเต็มไปหมด แอบจดชื่อ freeware ไว้หลายตัว ดูสไลด์ที่นี่ ประเด็นน่าสนใจที่มีการอภิปรายกันก็คือ ลักษณะที่เราเลือกใช้ซอฟต์แวร์แบบ ใช้ตามๆ กันไป (ส่วนมากมักจะเถื่อน) โดยไม่ได้ศึกษามากเพียงพอว่า บางครั้งความต้องการของเรา สามารถที่จะใช้ฟรีแวร์มาใช้แทนได้ และแถมทำงานได้ดีกว่าด้วย
- Innovation & Life @ Google โดย Google Engineer มาเองเลย เป็นการเล่าโครงสร้างการคิดค้นนวัตกรรมของกูเกิล ซึ่งประกอบไปด้วย
- Break the mold ผมอยากจะเรียกว่า “ฉีกกรอบเดิมๆ ทิ้ง” ตัวอย่างเช่นการใช้ category หรือ folder ซึ่งถ้าเข้าใจว่า เป็นเพียงวิธีการหนึ่งที่จะช่วยจัดระเบียบข้อมูล ก็สามารถหาวิธีอื่นที่ดีกว่า มาใช้ได้ เช่นการใช้ label ใน gmail ร่วมกับการ search
- Focus on Users สัมภาษณ์ผู้ใช้ ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” ในการใช้งาน มากกว่าการพยายามยัดฟีเจอร์เข้าไปเยอะๆ จนกลายเป็นซอฟต์แวร์ที่ทำอะไรได้ทุกอย่าง (รวมถึงไปซื้อโอเลี้ยงหน้าปากซอย) แต่ทำไม่ได้ดีซักอย่าง
- Ship early and often อันนี้ตรงกับแนวปฎิบัติของ Open Source Software เลยทีเดียว
- Power of small teams โครงการส่วนใหญ่มักจะเริ่มต้นเล็กๆ ด้วยวิศวกรแค่คนเดียว ที่มีความสนใจในเรื่องนั้นๆ นโยบายการอนุญาตให้พนักงานใช้เวลา 20% ไปกับโครงการอะไรก็ได้ที่ตัวเองสนใจ ถือเป็นหลักสำคัญในเรื่องนี้ แล้วก็ผ่านกระบวนการทำต้นแบบมาเรื่อยๆ ถ้ามีประโยชน์และพร้อมที่จะขยาย ก็จะมีการกำหนดทีมงานขนาดใหญ่ในภายหลัง
สรุปสั้นๆ ได้ใจความว่า “Think big, start small, scale fast”
- Wed Developer Study Guideline for starter โดย @domesterz ช่วยให้ได้รู้จักเทคโนโลยีหลายๆ อย่างและขั้นตอนการศึกษาว่าควรเรียงลำดับ และให้ความสำคัญกับหัวข้อใดก่อนหลัง ผมว่าน้องเขาเตรียมตัวมาดีนะครับ ถึงแม้จะยังเรียนอยู่ปี 4 แต่ดูเหมือนมีประสบการณ์การพัฒนาเว็บมาพอสมควรทีเดียว และที่สำคัญที่สุด คือการกล้าที่จะมีส่วนร่วมและเสนอสิ่งที่ตัวเองรู้ อยากเห็นคนรุ่นใหม่ กล้าพูดกล้าแบ่งปันประสบการณ์กันอย่างนี้เยอะๆ ครับ ดูสไลด์ได้ที่นี่
- FOSS Promotion Discussion เป็นการอภิปรายกันต่อเนื่องจากเมื่อวันเสาร์ครับ แต่วันนี้กลุ่มใหญ่ขึ้น และได้ @kengggg มาเล่าความเป็นมาเป็นไปของ Firefox Thai localization ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญของวงการ FOSS บ้านเรา ดูๆ ไปแล้วเหมือนกับภาษาก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดอยู่ดี ถ้า FOSS มีภาษาไทยดีๆ เอกสารดีๆ คงมีคนใช้เพิ่มมากขึ้น
- Cloud Computing (โดย @sugree และ @luke_bkk แห่ง CodeGent) เป็นการอธิบายข้อดีของการใช้ cloud computing ซึ่งตอนนี้ที่มีให้บริการแบบทั่วไปแล้วก็คือ Google Apps Engine กับ Amazon โดยส่วนของ Amazon จะมี component ย่อยๆ แยกออกไปอีก เช่นให้บริการ cloud storage ที่ทาง twitter ใช้เก็บรูปภาพอยู่ ข้อดีของการใช้ cloud คือหมดปัญหากังวลใจในเรื่อง scalability ถ้าเกิดเว็บดังขึ้นมา ก็ไม่ต้องมานั่งปวดหัวคอยย้ายโฮสต์หรืออัพเกรด (scale up) ไหนยังจะต้องมานั่งทำ performance tuning อีก แต่ถ้าใช้ cloud จะิเป็นการ scale out โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานของ Google หรือ Amazon แทน แล้วจ่ายตามปริมาณการใช้งาน
- Mobile Internet Discussion (โดย @sugree และ Google Engineer) ประมาณว่าเป็นการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้งาน mobile internet ในประเทศไทย ปัจจัยที่มีผลกระทบก็ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับความเร็วและความเสถียรของการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านมือถือ ภาษาไทย ที่มีจำนวนพยัญชนะและสระมาก ยุ่งยากต่อการใช้งานร่วมกับปุ่มโทรศัพท์มือถือ ขาดแอพลิเคชันสำหรับคนไทย แอพลิเคชันทั่วไปอย่าง m.gmail.com ก็มีคนใช้อยู่ในกลุ่มน้อย ผู้ให้บริการมือถือยังไม่ได้สนับสนุนการใช้ data อย่างเต็มที่ (เทียบกับ voice & SMS)
- BitTorrent as Infrastructure บรรยายโดย อ.ดร.ยรรยง เต็งอำนวย ท่านเสนอมุมมองใหม่เกี่ยวกับ BitTorrent ว่าใครๆ ก็รังเกียจและหาว่า BT เป็นสิ่งไม่ดี เนื่องจาก BT ทำงานได้ดีมากในฐานะโปรโตคอลรับส่งข้อมูล ทั้งมีประสิทธิภาพสูงและยังเสถียรมากด้วย ทำให้ถูกต่อต้านจากบรรดา ISP เพราะใช้แบนวิดธ์มาก ท่านชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของแบนวิดธ์ ที่นับเป็นทรัพยากรพื้นฐานต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ แต่กลับมีราคาแพงในเมืองไทย ท่านจึงเสนอแนวคิดในการแก้ปัญหาแบนวิดธ์ โดยการใช้ BitTorrent เพื่อสร้างเครือข่าย cache ภาคประชาชนสมัครใจ แทนที่จะต้องใช้แบนวิดธ์ระหว่างประเทศ ในการต่างคนต่างโหลดข้อมูลมา ก็ให้ใช้ BT ในการกระจายข้อมูล เก็บไว้ตามพีซีตามบ้านและใช้เครือข่าย local แทน ผมชอบประโยคเด็ดที่อ.ยรรยงพูดไว้ “We have a good potential with stupid polititians!’
- Life Management Applications เป็นการอภิปราย ดำเนินรายการโดย @pawoot และ @macroart แลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้ซอฟต์แวร์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และช่วยงานในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงทิปและเทคนิคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การใช้ซอฟต์แวร์ to-do list เทคนิคการจัดการไฟล์ การตั้งชื่อไฟล์ แนะนำแนวคิด GTD mind-map และอื่นๆ เป็นการคุยกันที่สนุกและได้ความรู้ดีมาก
ถ้านับเฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อหาแล้ว ผมพบว่างาน BarCamp ครั้งนี้ได้ทั้งความรู้ แนวคิดใหม่ๆ และแรงบันดาลใจที่จะทำอะไรดีๆ อีกหลายอย่าง ถึงจะเหนื่อยหน่อย เพราะต้องวิ่งไปวิ่งมาแต่ละห้อง เลือกหัวข้อที่จะเข้าฟัง ได้ความรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นนักศึกษาใหม่อีกครั้ง แต่ก็นับว่าคุ้มค่ามากครับ
ยังมีเรื่องของความรู้สึก บรรยากาศ ข้อสังเกตจากการจัดงาน ซึ่งคงต้องยกยอดไปเป็นคราวหน้าแล้วละครับ