เมื่อประมาณเดือนเมษา 2008 ทาง Information Difference ได้จัดการสำรวจบริษัทต่างๆ รวม 112 แห่ง เกี่ยวกับการนำซอฟต์แวร์ MDM (Master Data Management) ไปใช้ในองค์กรธุรกิจ โดยมีประเด็นคำถามที่สำคัญดังนี้
- มีประโยชน์ที่ชัดเจนหรือไม่ในการที่จะนำ MDM มาใช้
- ข้อมูลอ้างอิงในองค์กร ปัจจุบันถูกจัดเก็บอย่างไร
- สถานการณ์ปัจจุบันของระบบงาน IT ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลอ้างอิง
- ทางภาคธุรกิจต้องการสิ่งใดจากการทำ MDM
- ระดับการ “ยอมรับและนำไปใช้” ของระบบ MDM
- หากมีแผนจะทำ MDM ตั้งใจจะทำเอง หรือซื้อสำเร็จรูป
ในบรรดากลุ่มบริษัทที่เข้าร่วมการสำรวจทั้ง 112 บริษัท กว่าครึ่งอยู่ในอเมริกาเหนือ หนึ่งในสี่อยู่ในยุโรป (คลิ้กที่ภาพเพื่อขยาย) ครอบคลุมหลายภาคธุรกิจ


และมากกว่าครึ่งที่มีขนาดของธุรกิจมากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐนับตามยอดขาย

ผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำ MDM ซึ่งวัดโดยใช้ประมาณการต้นทุนที่เกิดจากข้อผิดพลาดในข้อมูลอ้างอิง อาทิเช่น ใบอินวอยซ์ที่ผิดพลาด การส่งสินค้าผิด หรือข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าหรือราคาสินค้าผิดพลาด เป็นที่น่าสังเกตว่า หนึ่งในสามของบริษัทที่สำรวจ ไม่ได้พยายามที่จะประเมินต้นทุนเหล่านั้นขึ้นมา แต่สำหรับบริษัทที่ทำการประมาณการ ก็พบได้ว่า ต้นทุนเหล่านั้้นมีสูงทีเดียว และยังมีความเป็นไปได้อีกมากที่จะยังมีต้นทุน “ซ่อนเร้น” อื่นๆ อีก

ในองค์กรส่วนใหญ่ที่สำรวจ จะมีระบบ IT ที่ซับซ้อนหลากหลาย ทั้ง ERP, CRM และ data warehouse ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนของข้อมูลอ้างอิง หลายครั้งที่ข้อมูลอ้างอิงเดียวกัน แต่มีนิยามหรือมาตรฐานข้อมูลที่แตกต่างกันในแต่ละระบบ IT ทำให้การจัดการข้อมูลอ้างอิงเป็นปัญหาสำคัญอยู่ในแทบจะทุกองค์กร
ลักษณะอาการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ระบบสารสนเทศภายในบริษัท กำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับข้อมูลอ้างอิง อาทิเช่น
- ไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับคุณภาพของข้อมูล
- นักวิเคราะห์ธุรกิจ ใช้เวลาในการเปรียบเทียบและสอบทานข้อมูล มากกว่าที่จะใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
- ไม่มีใครแน่ใจได้ว่า สเปรดชีตชุดไหน มีข้อมูลที่ถูกต้องมากที่สุด

และเมื่อถูกถามว่า ถ้าให้ประเมินคุณภาพข้อมูลโดยรวมในองค์กร ว่าอยู่ในระดับใน นี่คือผลที่ได้ เกือบหนึ่งในสามบอกว่าแย่ กว่าครึ่งบอกแค่พอใช้ได้

ความต้องการขององค์กรต่างๆ ที่คาดหวังให้ระบบ MDM ช่วยจัดการให้ เรียงตามลำดับสูงสุดสามลำดับแรกคือ
- ต้องการให้รวบรวมข้อมูลอ้างอิงจากหลายๆ ระบบเข้าไว้ด้วยกัน
- มีการรับประกันว่าข้อมูลอ้างอิงถูกต้องและสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ทางธุรกิจ
- ต้องการให้สามารถทำความสะอาด แปลงสภาพและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้
ส่วนความต้องการด้านอื่นๆ ก็มีลดหลั่นกันไป

อีกหนึ่งคำถามที่น่าสนใจคือ สถาปัตยกรรมแบบไหนที่น่าจะเป็นคำตอบสำหรับงาน MDM ระหว่างการแยกฐานข้อมูลกลางแบ่งตามประเภทของข้อมูล เช่น CDI (Customer Data Integration) หรือ PIM (Product Information Management) หรือการเลือกแพลตฟอร์มแบบเดียวที่สามารถรองรับข้อมูลอ้างอิงได้ทุกแบบ โดยส่วนใหญ่แล้ว (กว่าครึ่ง) ก็ยังไม่ทราบคำตอบ

ส่วนแผนการนำ MDM มาใช้ในองค์กร มี 25% ที่ได้ดำำเนินการด้าน MDM ไปเรียบร้อยแล้ว และว่าครึ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ ส่วนที่เหลือโดยมากก็กำลังอยู่ในช่วงวางแผน มีเพียงแค่ 2% เท่านั้นที่ไม่มีแผนจะทำ MDM เลย

และท้ายสุด วิธีการ implement MDM เกือบครึ่งที่จะใช้วิธีซื้อระบบสำเร็จรูป

ผลสำรวจในครั้งนี้สอดคล้องกับแนวโน้มเรื่องการนำ MDM มาใช้ในองค์กร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มสำคัญในด้าน Business Intelligence มาตั้งแต่เมื่อปี 2007 และยังต่อเนื่องมาในปี 2008 อีกด้วย
ใครสนใจอ่านผลสำรวจฉบับเต็ม เป็น PDF ไฟล์ขนาด 20 หน้า (2MB) ก็ดาวน์โหลดได้เลยครับ