ภาพโดย MacroArt

งาน BarCamp Bangkok ครั้งที่ 2 คราวนี้จัดที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผมเองไม่ได้มีโอกาสเข้าร่วม Barcamp ครั้งแรก แต่ได้มีโอกาสสัมผัสงานในลักษณะครั้งนี้คือตอน DrupalCampBangkok แต่คราวนี้เรียกว่าใหญ่กว่ามาก มีคนลงทะเบียนมากกว่า 400 คน จำนวนห้องสัมนาก็มีหลายห้อง เนื้อหาก็หลากหลายมากขึ้นเยอะ โพสนี้เอาเป็นว่าผมเล่าเนื้อหาที่เข้าฟังก่อนก็แล้วกันนะครับ ความรู้สึก บรรยากาศ และสิ่งที่สังเกตเห็น คงต้องยกยอดไปเป็นโพสต่อไป

งานคราวนี้แบ่งเป็นสองวัน คือวันเสาร์ที่ 30 และวันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2551 ผมเข้าฟังโดยตลอดจนจบ บางช่วงก็สลึมสลือบ้าง จำไม่ได้ว่าตัวเองอยู่ห้องไหน หัวชื่อเรื่องอะไร ใครเป็นคนพูด เอาเป็นว่าถ้าผมจำผิดก็ขออภัยนะครับ

วันเสาร์

  • Firefox 3.1 โดย @gen ไฟร์ฟ็อกซ์รุ่นใหม่นี้มีชื่อรหัสว่า Shiretoko ซึ่งเป็นชื่ออุทยานแห่งชาติในญี่ปุ่น เพิ่งรู้่เหมือนกันว่า่แต่ละรุ่นเขาตั้งชื่อตามอุทยานแห่งชาติของประเทศต่างๆ ส่วนสำคัญที่พัฒนาเพิ่มมาจาก FF3 คือ
    • การเปลี่ยนไปใช้ JavaScript Engine ตัวใหม่ที่ชื่อว่า TraceMonkey ทำให้ FF3.1 จะสามารถรัน JS ได้เร็วกว่า FF3 โดยเฉลี่ย 10 เท่า
    • สนับสนุน <audio> และ <video> แบบ native ด้วย
    • มี tab control interface แบบใหม่
    • กำหนดออกปลายปี 2008
  • Mozilla Labs โดย @gen เป็น Open Source R&D มีบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ น่าสนใจหลายตัวทีเดียว
    • Mozilla Weave ไอเดียประมาณ online service ที่ให้เราสามารถ sync และแบ็คอัพข้อมูลจากการใช้เว็บของเราไม่ว่าจะเป็น history, bookmark, cookies หรือแม้กระทั่งเนื้อหาฟอร์ม ไว้บนเซิร์ฟเวอร์ได้ ตอนแรกผมเข้าใจว่าคล้ายๆ mobile.me ของแอปเปิล แต่ Mozilla เปิดซอร์สโค้ดด้วย หมายความว่าเราตั้งเซิร์ฟเวอร์ซิงค์เองก็ได้ น่าจะมีคนเอาไปต่อยอดทำบริการดีๆ ออกมาได้นะเนี่ย
    • Aurora เป็นความร่วมมือระหว่าง Mozilla Labs กับ Adaptive Path เพื่อพยายามสร้างรูปแบบการใช้งานอินเตอร์เน็ตในยุคหน้า ประมาณว่าอีกซัก 10 ปี เราจะใช้วิธี “แหวกว่าย” ไปตามกระแสเว็บเพจที่มีเยอะแยะมากมาย เจ๋งดี
    • Prism เปลี่ยน web application ให้กลายเป็น desktop โดยที่ยังคงความสามารถต่างๆ ไว้เหมือนเรียกใช้จาก Firefox เพราะใช้ engine ตัวเดียวกัน เพียงแต่สามารถทำงาน offline ได้ และมี environment แยกต่างหาก ต่อให้ FF เดี้ยงแอพลิเคชันบน Prism ก็ยังไม่สะเทือน
    • Snowl เป็น add-on บนไฟร์ฟ็อกซ์ ทำให้สามารถพวก Instant Messaging, feeds หรือแม้แต่ twitter ได้ภายในเบราว์เซอร์เอง
    • Ubiquity เป็นการผสาน command line เข้ากับ GUI แถมยังทำการ mash-up โดยดึงข้อมูลมาจากหลายๆ เว็บมารวมเข้าด้วยกัน ผู้ใช้เพียงแต่สั่งในลักษณะที่เป็นภาษาธรรมชาติเท่านั้น
  • หลักวิทยายุทธกับการออกแบบระบบคอมพิวเตอร์ โดย @putchonguth ท่านเปรียบเทียบหลักการออกแบบระบบคอมพิวเตอร์กับหลักวิทยายุทธไว้อย่างน่าสนใจ และสนุกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ สี่ตำลึงปัดพันชั่ง สูงสุดคืนสู่สามัญ เร็วช้าหนักเบา กระบี่อยู่ที่ใจ และอื่นๆ ตอนนี้ชักเลือนๆ ไปหน่อยแล้ว มัวแต่ดูรูปหลิวอี้เฟยบนสไลด์ของท่านเลยลมปราณแตกซ่าน พาลจำเนื้อหาไม่แม่นเสียแล้ว
  • FOSS in Asia รายการนี้เป็นการอภิปรายครับ ดำเนินรายการโดยนักศึกษาต่างชาติ ที่มาทำวิจัยเรื่อง FOSS (Free & Open Source Software) ในเอเชีย ประเด็นปัญหาคือ ทำไม FOSS ประสบความสำเร็จน้อย ในเอเชียและในประเทศไทย ประเด็นที่มีการพูดถึงกันก็คือ
    • ภาษา และการขาดแคลนหนังสือหรือเอกสารที่เป็นภาษาไทย
    • การที่มีผู้ค้า commercial software ที่เข้มแข็งในเมืองไทย และบุกตลาดสถาบันการศึกษาได้อย่างประสบความสำเร็จ
    • รูปแบบธุรกิจที่ยังไม่ชัดเจนว่า FOSS จะทำให้เกิดธุรกิจได้อย่างไร
    • การนำ FOSS ไปใช้แต่ยังมีอัตราการ contribute น้อย
  • ทำบล็อกอย่างไรให้ได้ตังค์ โดย @DekAds เป็นการแบ่งปันมุมมองของ ad agency ว่าบล็อกลักษณะไหนที่จะสามารถหาโฆษณาได้ง่าย
    • สร้างเนื้อหาที่ดีมีคุณภาพ อย่าเอาแต่ cut + paste
    • โฟกัสให้อยู่ในแนวทางของ blog ตัวเอง อย่าออกนอกลู่นอกทาง (blog นี้ตกครับ มี entry นอกเรื่องอยู่กว่าครึ่ง)
    • ตอนนี้ประเภทของ blog ที่มีผู้สนใจลงโฆษณามาก จะเป็นกลุ่ม IT gadget และแฟชั่นกับ beauty
  • Barcamp บ้าพลังลดโลกร้อน (ขออภัยเข้าห้องสาย ไม่ทราบว่าใครพูด) แต่แนวคิดน่าสนใจมาก ไอเดียง่า่ยๆ แค่เอาขวดใส่น้ำไปใส่ไว้ในถังน้ำชักโครก จะช่วยลดปริมาณการใช้น้ำได้เป็นลิตร ทุกๆ ครั้งที่กดชักโครก แถมมีการตั้งเป้าหมายและประชาสัมพันธ์ให้มีส่วนร่วม โดยให้ถ่ายวีดีโอแล้วอัพโหลดขึ้นเว็บเพื่อนับจำนวนคนที่เข้าร่วม เจ๋งมาก แต่เสียดายไม่ได้จด URL ไว้ ใครทราบรบกวนแจ้งไว้ด้วยครับ นอกจากนี้แล้วยังมีการให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้ภาชนะบรรจุเครื่องดื่ม เพิ่งมารู้เอาตอนนี้เองว่าขวดแก้วกับกระป๋องอลูมิเนียม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่ากล่องกระดาษอาบพลาสติกมัน เพราะสามารถมา reuse ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
  • โปรเจ็คลับ ROTI (โดย @kengggg และ @pphetra) ต้องยอมรับว่าเดินเข้ามาด้วยแรงโรตีดึงดูดจริงๆ กับคำว่าโปรเจ็คลับนี่แหละ แนวคิดของโปรเจ็คโรตีเป็นประมาณคล้ายๆ blog portal เหมือน technorati แต่ของไทยเรามีดีกว่าตรงที่ใส่ไข่ได้ด้วย เอ๊ย ไม่ใช่ ตรงที่สามารถสร้างลิงค์ของเนื้อหาในบล็อก กับบล็อกอื่นๆ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกันโดยอัตโนมัติ โดยดูจากเนื้อหาที่ผ่านการตัดคำภาษาไทยมาแล้ว ให้น้ำหนักมากขึ้นสำหรับคำที่เป็น tag เข้าใจว่าตอนนี้กำลังหา beta tester อยู่นะครับ สนใจติดต่อ @kengggg หรือ @pphetra

ต้องขอแบ่งออกเป็นส่วนๆ ละครับ ตามหลัก release early, release often เพราะวันนี้ตาจะปิดอยู่แล้ว ยังมีเรื่องดีๆ อีกมากไว้จะมาเล่าให้ฟังอีกนะครับ

การเข้าร่วมงาน DrupalCampBangkok ที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมงานแบบ BarCamp จากการได้อ่านลักษณะของงานจาก Blognone:รายงาน BarCamp Leeds 2007 ส่วน ที่ผมสนใจคือ ลักษณะของงานที่เป็นแบบเสรี เปิดกว้างสำหรับทุกคน อยากพูดอยากเสนอเรื่องอะไรก็ได้ที่ต้วเองสนใจ และคาดหวังที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด ซึ่งแตกต่างจากงานสัมนาทั่วไป

ผม เตรียมตัวเข้างานด้วยความตั้งใจคร่าวๆ สอง-สามประการ คือต้องการเรียนรู้ให้มากขึ้นเกี่ยวกับ Drupal และอย่างที่สองคือ อยากลองสัมผัสลักษณะของงาน BarCamp ดูบ้าง ดังนั้นผมเตรียมตัวที่จะไปมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ เตรียมเรื่องที่จะพูดไว้ด้วย เพียงแต่เรื่องที่ผมสนใจ หรือพอจะมีความรู้อยู่บ้างนั้น มันไม่เป็นที่น่าสนใจนักสำหรับคนที่สนใจ Drupal เท่านั้นเอง และสุดท้าย ผมต้องการพบเพื่อนๆ ที่เคยได้คุยกันมาบน twitter ก็อยากได้มีโอกาสพบปะหน้าค่าตากันบ้าง และอาจได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ

สิ่งที่ผมชอบในงานได้แก่ การที่กลุ่มผู้จัด ดูเหมือนจะตั้งใจอย่างเต็มที่ ที่จะกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำกติกามารยาทในขั้นต้น การสนับสนุนให้มีการตั้งหัวข้อพูดคุยกันให้หลากหลาย และรวมไปถึงเปิดห้องใหม่ในช่วงบ่าย ให้คนที่ตั้งหัวข้อได้มีโอกาสได้คุยในเรื่องที่อยากคุย

ในขณะเดียว กัน อาจจะเป็นด้วยว่า เรื่องของ Drupal ยังเป็นอะไรที่ใหม่มากสำหรับเมืองไทย เพิ่งมีกลุ่มผู้สนใจใช้งานอยู่เพียงจำนวนไม่มาก การนำเสนอในลักษณะ Introduction to Drupalเพื่อให้ความรู้ จึงเป็นอะไรที่น่าจะให้ประโยชน์แก่ผู้เข้าฟังได้มาก
แต่ก็อาจทำให้ผู้่ เข้าร่วมบางคน มองข้่ามคุณค่าที่สำคัญของงานในลักษณะ BarCamp ไปเป็นเพียงแค่ งานให้ความรู้หรือสัมนาทั่วๆ ไปเท่านั้นเอง

สำหรับผม โดยส่วนตัวแล้ว ลักษณะที่ไม่มี “ผู้สั่งการ” ที่คอยตัดสินว่าหัวข้อไหนจะได้พูดเมื่อไหร่ ใครจะเข้าฟังห้องไหน หรือต้องคอยควบคุมให้การอภิปรายอยู่ในกรอบ (ดูเหมือนจะมีอย่างเดียว ที่ต้องเคารพร่วมกัน คือช่วงเวลา ถ้าเวลาหมดก็ต้องหยุด) สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเสน่ห์สำหรับงาน BarCamp เลยทีเดียว และสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมของ  OpenSource community ด้วย

เมื่อ การแสดงความคิดเห็นเปิดกว้าง ก็เกิดความเสี่ยงที่การพูดคุยกันจะเบี่ยงเบนไปในประเด็นหรือหัีวข้อที่ไม่ ได้ตั้งใจไว้ในตอนแรก หลายคนอาจจะรู้สึกหงุดหงิด ถ้าคาดหวังว่าเข้ามาเพื่อที่จะ “ฟัง” อย่างเดียว เพราะอาจจะไม่ได้ฟังในเรื่องตามหัวข้อหน้าห้องก็เป็นไปได้ แต่ถ้าลองเปิดใจให้กว้าง ปล่อยสมองให้รับสิ่งอื่นๆ ให้คิดตามการพูดคุยกันไป ผมพบว่า เมื่อเราตั้งใจฟัง เราจะได้ยินเรื่องราวในมุมมองใหม่ๆ ประเด็นน่าสนใจที่เราไม่เคยนึกถึงมาก่อน มันทำให้เกิดความคิดต่อยอดไปได้อีกมากมายเลยทีเดียว

ถ้าเราเอาวิธี การเรียนรู้อย่างในงาน BarCamp มาใช้ในการเรียนการสอนในระดับมหาวิทยาลัยได้ น่าจะได้ประโยชน์มากขึ้นไปอีก โดยมีครูหรืออาจารย์เป็น facilitator คอยป้อนคำถาม กระตุ้นให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน แทนที่จะเป็นการเรียนรู้ทางเดียวจากครูเพียงคนเดียว ผมว่าเด็กๆ น่าจะได้เรียนรู้จากมุมมองหรือประสบการณ์ที่หลากหลายของเพื่อนๆ ร่วมชั้นเรียนมากกว่า ถ้าเด็กสนใจ การหาความรู้พื้นฐานในหัวข้อก็จะไม่กลายเป็นเรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป

คิด ต่อเล่นๆ แล้วมันจะขัดกับวัฒนธรรมไทยไหมละเนี่ย ที่ดูเหมือนจะหมิ่นเหม่ที่สุด ดูจะเป็นเรื่องการให้ความเคารพผู้ใหญ่ แต่ในความคิดของผม การเคารพครูอาจารย์ ไม่ได้หมายความว่า ห้ามถาม ห้ามมีข้อสงสัย ห้ามไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ครูหรืออาจารย์สอน ผมคิดว่า เราสามารถเคารพยกย่องคนอื่นได้ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องเชื่อฟัีง หรือคิดเหมือนคนอื่นไปเสียหมดทุกอย่างได้

ถ้าเรายังหวังให้เด็ก รุ่นน้อง รุ่นลูก และรุ่นหลานต่อไป ยังต้องเชื่อฟัง คิด และทำตามสิ่งที่เราเคยฟัง เคยคิด และเคยทำมาในอดีต คงยากที่จะหวังให้เกิดนวัตกรรมหรือการพัฒนาอะไรใหม่ๆ ขึ้นมาได้


© 2007 BzInsight | iKon Wordpress Theme by Windows Vista Administration | Powered by Wordpress