การเข้าร่วมงาน DrupalCampBangkok ที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมงานแบบ BarCamp จากการได้อ่านลักษณะของงานจาก Blognone:รายงาน BarCamp Leeds 2007 ส่วน ที่ผมสนใจคือ ลักษณะของงานที่เป็นแบบเสรี เปิดกว้างสำหรับทุกคน อยากพูดอยากเสนอเรื่องอะไรก็ได้ที่ต้วเองสนใจ และคาดหวังที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด ซึ่งแตกต่างจากงานสัมนาทั่วไป

ผม เตรียมตัวเข้างานด้วยความตั้งใจคร่าวๆ สอง-สามประการ คือต้องการเรียนรู้ให้มากขึ้นเกี่ยวกับ Drupal และอย่างที่สองคือ อยากลองสัมผัสลักษณะของงาน BarCamp ดูบ้าง ดังนั้นผมเตรียมตัวที่จะไปมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ เตรียมเรื่องที่จะพูดไว้ด้วย เพียงแต่เรื่องที่ผมสนใจ หรือพอจะมีความรู้อยู่บ้างนั้น มันไม่เป็นที่น่าสนใจนักสำหรับคนที่สนใจ Drupal เท่านั้นเอง และสุดท้าย ผมต้องการพบเพื่อนๆ ที่เคยได้คุยกันมาบน twitter ก็อยากได้มีโอกาสพบปะหน้าค่าตากันบ้าง และอาจได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ

สิ่งที่ผมชอบในงานได้แก่ การที่กลุ่มผู้จัด ดูเหมือนจะตั้งใจอย่างเต็มที่ ที่จะกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำกติกามารยาทในขั้นต้น การสนับสนุนให้มีการตั้งหัวข้อพูดคุยกันให้หลากหลาย และรวมไปถึงเปิดห้องใหม่ในช่วงบ่าย ให้คนที่ตั้งหัวข้อได้มีโอกาสได้คุยในเรื่องที่อยากคุย

ในขณะเดียว กัน อาจจะเป็นด้วยว่า เรื่องของ Drupal ยังเป็นอะไรที่ใหม่มากสำหรับเมืองไทย เพิ่งมีกลุ่มผู้สนใจใช้งานอยู่เพียงจำนวนไม่มาก การนำเสนอในลักษณะ Introduction to Drupalเพื่อให้ความรู้ จึงเป็นอะไรที่น่าจะให้ประโยชน์แก่ผู้เข้าฟังได้มาก
แต่ก็อาจทำให้ผู้่ เข้าร่วมบางคน มองข้่ามคุณค่าที่สำคัญของงานในลักษณะ BarCamp ไปเป็นเพียงแค่ งานให้ความรู้หรือสัมนาทั่วๆ ไปเท่านั้นเอง

สำหรับผม โดยส่วนตัวแล้ว ลักษณะที่ไม่มี “ผู้สั่งการ” ที่คอยตัดสินว่าหัวข้อไหนจะได้พูดเมื่อไหร่ ใครจะเข้าฟังห้องไหน หรือต้องคอยควบคุมให้การอภิปรายอยู่ในกรอบ (ดูเหมือนจะมีอย่างเดียว ที่ต้องเคารพร่วมกัน คือช่วงเวลา ถ้าเวลาหมดก็ต้องหยุด) สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเสน่ห์สำหรับงาน BarCamp เลยทีเดียว และสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมของ  OpenSource community ด้วย

เมื่อ การแสดงความคิดเห็นเปิดกว้าง ก็เกิดความเสี่ยงที่การพูดคุยกันจะเบี่ยงเบนไปในประเด็นหรือหัีวข้อที่ไม่ ได้ตั้งใจไว้ในตอนแรก หลายคนอาจจะรู้สึกหงุดหงิด ถ้าคาดหวังว่าเข้ามาเพื่อที่จะ “ฟัง” อย่างเดียว เพราะอาจจะไม่ได้ฟังในเรื่องตามหัวข้อหน้าห้องก็เป็นไปได้ แต่ถ้าลองเปิดใจให้กว้าง ปล่อยสมองให้รับสิ่งอื่นๆ ให้คิดตามการพูดคุยกันไป ผมพบว่า เมื่อเราตั้งใจฟัง เราจะได้ยินเรื่องราวในมุมมองใหม่ๆ ประเด็นน่าสนใจที่เราไม่เคยนึกถึงมาก่อน มันทำให้เกิดความคิดต่อยอดไปได้อีกมากมายเลยทีเดียว

ถ้าเราเอาวิธี การเรียนรู้อย่างในงาน BarCamp มาใช้ในการเรียนการสอนในระดับมหาวิทยาลัยได้ น่าจะได้ประโยชน์มากขึ้นไปอีก โดยมีครูหรืออาจารย์เป็น facilitator คอยป้อนคำถาม กระตุ้นให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน แทนที่จะเป็นการเรียนรู้ทางเดียวจากครูเพียงคนเดียว ผมว่าเด็กๆ น่าจะได้เรียนรู้จากมุมมองหรือประสบการณ์ที่หลากหลายของเพื่อนๆ ร่วมชั้นเรียนมากกว่า ถ้าเด็กสนใจ การหาความรู้พื้นฐานในหัวข้อก็จะไม่กลายเป็นเรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป

คิด ต่อเล่นๆ แล้วมันจะขัดกับวัฒนธรรมไทยไหมละเนี่ย ที่ดูเหมือนจะหมิ่นเหม่ที่สุด ดูจะเป็นเรื่องการให้ความเคารพผู้ใหญ่ แต่ในความคิดของผม การเคารพครูอาจารย์ ไม่ได้หมายความว่า ห้ามถาม ห้ามมีข้อสงสัย ห้ามไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ครูหรืออาจารย์สอน ผมคิดว่า เราสามารถเคารพยกย่องคนอื่นได้ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องเชื่อฟัีง หรือคิดเหมือนคนอื่นไปเสียหมดทุกอย่างได้

ถ้าเรายังหวังให้เด็ก รุ่นน้อง รุ่นลูก และรุ่นหลานต่อไป ยังต้องเชื่อฟัง คิด และทำตามสิ่งที่เราเคยฟัง เคยคิด และเคยทำมาในอดีต คงยากที่จะหวังให้เกิดนวัตกรรมหรือการพัฒนาอะไรใหม่ๆ ขึ้นมาได้

ภาพ : MacroArt

ผ่านไปเรียบร้อยแล้วครับกับงาน Drupalcampbangkok เมื่อวันที่ 23 .. 51 ผม ได้เข้าร่วมตั้งแต่เช้าไปจนงานเลิกประมาณ เกือบห้าโมงเย็น ได้พบเพื่อนใหม่ๆ ได้ความรู้ และแรงบันดาลใจหลายอย่าง เอาเป็นว่า มาเล่าให้ฟังก็แล้วกันครับว่างานเมื่อวานมีอะไรบ้าง ในมุมมองส่วนตัวของผมเอง สำหรับเพื่อนๆ ที่อาจจะมาร่วมงานครั้งนี้ไม่ได้ คราวหน้าจะได้มีคนมาร่วมอีกเยอะๆ

ก่อนเริ่มงาน

ผมเดินทางไปถึงงานก่อนเวลาเริ่มประมาณ 10 นาที มีเพื่อนๆ อยู่ที่งานก่อนหน้านั้นแล้ว ผมก็ไม่ได้รู้จักใครมาก่อนเลยนะครับ ประหม่านิดหน่อยเหมือนกัน แต่อาศัยว่าคงแก่พอแล้ว หน้าไม่ค่อยบางเท่าไหร่ ก็เลยยิ้มทักทายชาวบ้านเค้าไปทั่ว ใครว่างยิ้มตอบ ทักตอบก็คุยกันได้ ได้เพื่อนใหม่มาอีกหลายคน พอ 10 โมงคนก็เริ่มทยอยกันมา มีการลงทะเบียนจะได้สั่งซื้อข้าวกล่องได้ไม่ขาดไม่เกิน @jfxberns (ใครนะมาเรียกเฮียจอห์นของเราว่าฝรั่งขาประจำเสียได้) ก็รับบทพิธีกร ชี้แจงกฎกติกามารยาทของงาน camp ที่อยากให้ทุกคนมีส่วนรวม คือ เสนอ หัวข้อที่อยากพูด หรืออยากให้มีการคุยกันเรื่องอะไรก็ได้ การเสนอก็ทำได้ง่ายๆ เขียนหัวข้อใส่กระดาษไปแปะไว้บนผนัง ใครอยากให้พูดเรื่องอะไรก็ไปโหวตขีดหัวข้อที่ตัวเองสนใจ เรื่องไหนมีคนสนใจมาก ก็ให้พูดก่อน แล้วก็เรียงลำดับกันลงมา แนวคิดเจ๋งมาก สมกับเป็นชุมชนซอฟต์แวร์เสรีจริงๆ

มีอีกห้องหนึ่งซึ่งเข้าใจว่า จัดตามคำเรียกร้อง คือ จะเป็น Introduction to Drupal ว่ากันตั้งแต่ Drupal คืออะไร ติดตั้งยังไง ยาวไปจนถึงเรื่องเด็ดๆ อย่างการใช้ Views หรือ CCK กันเลยทีเดียว โดยมี @sugree เป็นผู้บรรยายหลัก

ช่วงเช้า

ผมเลือกเข้าห้อง Discussion เพราะเห็นหัวข้อแล้วน่าสนใจมากๆ มาดูกันดีกว่าครับว่าเราคุยอะไรกันบ้าง

  • The best modules nobody knows @jfxberns แนะนำให้เรารู้จักกับ http://drupalmodules.com/ แหล่งรวมโมดูลที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างไปจากของ drupal.org เองคือการที่ผู้ใช้สามารถ Review & Rate โมดูลที่ตัวเองชอบได้ และแนะนำ Drupal Administration Menu ที่ช่วยทำให้ admin เมนูยาวเหยียดกลายเป็น drop-down ดูน่าใช้ กับ Admin Role ที่ช่วยสร้างโรลสำหรับแอดมินประหยัดเวลา @kamthorn ก็แนะนำอีกโมดูลหนึ่งที่ใช้ครอบลงไปบนฟอรัมดั้งเดิม แปลงร่างให้ดูดีและน่าใช้มากขึ้น ดูตัวอย่างได้ที่ http://www.phpzealots.com/forum

  • Install Drupal in 30 min with Open ID, Gallery, and Forum หัวข้อนี้มีคุณ kuson ช่วย facilitate ครับ โดยมี @FordAntiTrust ช่วยแบ่งปันประสบการณ์ในการใช้ Gallery2 กับการ integrate เข้ากับโปรแกรมฟอรัมอื่น แต่ให้สามารถใช้ user ร่วมกันได้ มีการพูดคุยกันเรื่องของ versioning พอสมควร ปรากฎว่า เพื่อนๆ ส่วนใหญ่ที่มี production site มักจะยังไม่อัพมาเป็น 6.x โดยมากจะยังอยู่ที่ 5.x กันอยู่ ที่ยังอยู่บน 4.7 ก็ยังมี เหตุผลหลักอย่างหนึ่งเลยคือการพัฒนาโมดูลต่างๆ ยังตามมาเป็น 6.x ไม่ทัน คาดกันว่า พอโมดูลต่างๆ ย้ายมาอยู่บน 6.x กันหมด Drupal Core ก็ออกเวอร์ชัน 7 พอดี แสดงว่าได้เวลาย้ายจาก 5.x มาเป็น 6.x แล้ว

  • Drupal showcase for non-profit organization หัวข้อนี้ไว้โชว์พาวของ Drupal โดยเฉพาะ คุณ Krikong http://www.ict.or.th/ โชว์เว็บองค์กรการกุศลหลายแห่ง และชี้ให้เห็นความสามารถในหลายๆ ด้านของ Drupal อย่างในเว็บคนใจดี http://www.konjaidee.com จะโชว์การเล่น theme ที่แตกต่างกันในแต่ละส่วน หรือการโฮสต์ไฟล์มัลติมีเดียจำนวนมาก เป็นพันไฟล์ บนเว็บของอบต. (ผมจดชื่อโดเมนไม่ทัน) ที่เปิดโอกาสให้อบต. แต่ละแห่งสามารถอัพโหลดภาพหรือเสียงได้เอง และช่วงหลังยังมีการโชว์เว็บ http://infoaid.org/ ที่เป็นการเอา Google Map API มาใช้ใน Drupal เพื่อแสดงตำแหน่งและข้อมูลของศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุนาร์กิส โดยมี @neung และ @kengggg ช่วยอธิบายเพิ่มเติม

ช่วงบ่าย

ใน ระหว่างการพักทานอาหาร ก็มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบเล็กน้อย โดยการเปิดห้องประชุมเล็กอีกห้องหนึ่ง แล้วเอาหัวข้ออกหักทั้งหลาย ที่มีคนโหวตน้อยกว่า และมีเวลาไม่พอที่จะได้คุยกันในห้องใหญ่ ก็แยกมาคุยในห้องประชุมขนาดกระทัดรัด จุคนได้ประมาณซัก 8-10 คน ได้ ไม่มีโปรเจ็คเตอร์ ก็เรียกว่าคุยกันสบายๆ อบอุ่นจนออกจะร้อนไปหน่อยด้วยซ้ำเพราะในห้องไม่ได้เปิดแอร์ ถึงช่วงบ่ายนี่ผมเริ่มเร่ร่อนแล้ว กระโดดไปมาระหว่าง 3 ห้องที่มี ตามความสนใจ

  • Looking for work, looking for people อัน นี้ไม่รู้ว่าจะเรียกเป็นหัวข้อได้หรือเปล่า ผมเดาเอาเองว่าเปิดเป็นห้องให้คนที่กำลังมองหางานได้มีโอกาสเข้ามาคุยกับคน ที่กำลังมองหาคนก็แล้วกัน เราอยู่กันในห้องเล็กโดยมีครึ่งหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ เลยต้องใช้ภาษาอังกฤษกันเป็นหลัก คุยกันไปมาถึงได้รู้ว่า แทบทุกคนในห้องต่างมองหา Programmer หรือ developer มาร่วมงานด้วยกันทั้งนั้น การคุยกันเลยเบนไปคุยกันเรื่องลักษณะงาน IT development กัน แล้วเลยไปถึงเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเราด้วย ก็เพิ่งมีโอกาสได้ฟังจากปากฝรั่งที่อยู่และทำงานในบ้านเรานี่แหละ ว่าความขาดเสถียรภาพทางการเมือง ส่งผลต่อคนที่จะเข้ามาอยู่ มาลงทุนในเมืองไทยมากขนาดนี้

  • Drupal Intro – Modules ผมย่องออกมาฟังห้องใหญ่ที่คุยกันเรื่องสำหรับผู้เริ่มต้น ซึ่งพอตกบ่ายก็เริ่มเข้มข้นขึ้น ตอนที่ผมเข้าไป @sugree กำลังแนะนำโมดูลสำคัญๆ อยู่หลายตัว ที่สนใจกันมากคือโมดูลสำหรับการเขียนเนื้อหาแบบ WYSIWYG (What You See Is What You Get) คำถามคือเลือกใช้ตัวไหนดีระหว่าง TinyMCE, FCKEditor หรือตัวอื่นๆ คำแนะนำจากสุกรีคือให้ลองใช้ Mark Down ดู โดยมีโมดูลที่น่าสนใจที่ใช้งานร่วมกับ Mark Down คือ MarkSmarty กับ QuickTag แล้วยังมีโมดูลอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกอย่างเช่น Google Analytics และ Mollom ซึ่งช่วยป้องกัน Spam แถมมีการบันทึกไว้ด้วยว่าป้องกันการโจมตีจาก spam ไปได้กี่รายแล้ว

  • Internet Business Model ตอน ที่ผมย้อนกลับมาที่ห้องเล็กนั้น ก็ไม่ทันได้ดูป้ายหรอกครับว่า ตามกำหนดแล้วจะเป็นการคุยกันเรื่องอะไร แต่เรื่องที่กำลังคุยกันนั้นน่าสนใจดี คือ พวกบริษัท Startup ใหม่ๆ ที่กำลังดัีงๆ โดยเฉพาะในกลุ่มเว็บ 2.0 นั้น มีโมเดลธุรกิจอย่างไร รายได้จะมาจากไหน จริงอยู่ที่มี VC (Venture Capitalist) ให้การสนับสนุนในช่วงแรก แต่โดยระยะยาวแล้ว จะต้องมีที่มาของรายได้ หรือว่าเค้ากำลังรอให้ยักษ์ใหญ่ๆ อย่าง Google, Microsoft, Yahoo! มาซื้อกิจการไปกันแน่ เรายังคุยกันถึงเรื่องข้อจำกัดทางกฎหมายของไทย เทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน การวางแผนธุรกิจด้าน e-commerce และธุรกิจด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกิจการรับจองห้องพักโรงแรมผ่านทางอินเตอร์เน็ต

  • Master Data Management หัวข้อนี้ผมเสนอเองแหละครับ ยังอุตสาห์มีคนลงชื่อโหวตด้วยตั้ง 5 คนแน่ะ แต่เราคุยกันอยู่แค่ 3-4 คนเท่านั้น ที่น่าสนใจก็คือ ถึงจะเริ่มด้วยเรื่อง MDM แต่การพูดคุยกันแบบเสรี ทำให้ประเด็นเบี่ยงไปกลายเป็นการคุยกันเรื่องการจัดการ user id ด้วย OpenID, LDAP และไปลงเอยด้วยการคุยเกี่ยวกับเทคนิคการแบ่งส่วน digital identities โดยเฉพาะในยุคที่ social network กำลังเบ่งบาน แทบทุกอิริยาบทของเราสามารถถูกติดตามได้ (โดยเฉพาะเหล่าบรรดา tweeters ทั้งหลาย) ไป สำมะเลเทเมาไว้ที่ไหนนี่แทร็กกันได้หมด และอาจจะย้อนหลังไปได้นานหลายๆ ปี ซึ่งถ้าจะขุดกันจริงๆ ละก็ ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเป็นคนขุด และเพื่ออะไร ถ้าแค่จับกิ๊กคงไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นนายจ้างในอนาคต หรือคู่แข่งทางการเมือง อันนี้อาจจะลำบากหน่อย

  • Building Mobile Drupal ย้อนกลับไปห้อง Introduction อีกที แต่คราวนี้กลายเป็นเรื่อง advance สุดๆ ไปเสียแล้ว เพราะ @sugree กำลังอธิบายการสร้าง mobile site ผมนั่งฟังไปก็มีความรู้สึกเหมือนเด็กประถมหลงไปอยู่ในชั้นเรียนนักศึกษามหาวิทยาลัย แต่ต้องยอมรับจริงๆ ว่า Drupal มีศักยภาพที่เหลือเฟือทำอะไรได้เยอะแยะมาก

ช่วงปิดงาน

เรา กลับมารวมกันทั้งหมดอยู่ในห้องใหญ่อีกครั้งหลังจากแต่ละห้องคุยกันจนหมด เนื้อหาแล้ว ก็มาถึงรายการสุดท้าย คือการจับรางวัล ซึ่งรางวัลใหญ่เป็นหนังสือ และรางวัลปลอบใจเป็นเสื้อยืด Drupal หลายรายการ และถ่ายรูปร่วมกัน ต้องขอบคุณสปอนเซอร์และเหล่า Organizers ทั้ง หลายจริงๆ ครับ ไหนจะสถานที่ฟรี อาหารฟรี และของที่ระลึกฟรีอีก และที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ผู้เข้าร่วมงานทุกคนที่มาแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ความคิดเห็นกัน ได้ทั้งความรู้และมิตรภาพที่หาค่าไม่ได้ ได้พบเพื่อนใหม่หลายคน เพื่อนที่เคยคุยกันบน twitter แต่มาเจอหน้ากันในงานก็หลายคนเหมือนกัน ขอบคุณมากครับ

ภาพถ่ายในงาน

flickr

http://picasaweb.google.co.th/helloframe/DrupalCampBangkok2008

http://picasaweb.google.co.th/annop.s/DrupalCampBangkok

http://picasaweb.google.co.th/ripmilla/DrupalCampBangkok52408303PM

http://picasaweb.google.co.th/aumpradya/drupalcampbangkok2008

http://www.flickr.com/photos/macroart/sets/72157605227660050/

http://www.flickr.com/photos/molecularck/

http://www.flickr.com/photos/sugree/sets/72157605235286590/


© 2007 BzInsight | iKon Wordpress Theme by Windows Vista Administration | Powered by Wordpress