นอกเหนือจากองค์ประกอบหลักๆ ที่ประกอบกันเป็นเส้นทางเดินข้อมูล จากการจัดหา จัดเก็บ วิเคราะห์ และนำเสนอแล้ว ยังมีเทคโนโลยี หลักการและแนวคิดอื่นๆ ที่มีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จของการนำ business intelligence มาใช้ ผมขอเรียกองค์ประกอบเหล่านี้ว่า “ส่วนประสานงาน” ก็แล้วกัน

ที่เรียกอย่างนี้เพราะองค์ประกอบพวกนี้ ทำหน้าที่ประสานและเชื่อมโยงการทำงานของแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน หากขาดองค์ประกอบเหล่านี้แล้ว เครื่องมือและระบบแต่ละส่วน ก็จะทำงานไม่สัมพันธ์กัน หรือมีประสิทธิภาพที่ด้อยลงมาก

ตัวอย่างบางแบบของส่วนประสานงาน เช่น

  • Process Management: เป็นเหมือนวาทยากร ผู้ควบคุมวงออเครสตราให้เล่นประสานเสียงกันได้ เช่น อาจจะสั่งให้โปรแกรมส่วนวิเคราะห์็สร้างรายงานฉบับใหม่ ก็ต่อเมื่อ ถึงวันเวลาที่กำหนด และ มีเงื่อนไขว่า ผลการโหลดข้อมูลล่าสุดเข้าไปในคลังข้อมูล ทำได้ถูกต้องเรียบร้อยแล้วเท่านั้น ถ้าเกิดข้อผิดพลาดขึ้น อาจจะต้องส่งอีเมล์หรือ SMS ไปแจ้งผู้ควบคุมระบบ และขณะเดียวกันก็อาจจะสื่อสารให้ผู้ใช้ทราบว่ารายงานยังไม่เรียบร้อยโดยผ่าน ทางส่วนนำเสนอไปพร้อมกันด้วย
  • Data Quality Control: เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะถ้าข้อมูลมีคุณภาพต่ำ ก็ส่งผลให้ผู้ใช้ขาดความเชื่อถือในระบบ พาลเลิกใช้ไปเลยในกรณีที่เห็นอยู่ชัดๆ ว่าข้อมูลผิด แต่กรณีที่แย่กว่านั้นก็คือ ผู้ใช้ใช้ข้อมูลที่ผิดพลาดนำไปประกอบการตัดสินใจ ส่งผลให้ตัดสินใจผิดพลาดตามไปด้วย การควบคุมคุณภาพของข้อมูล ส่งผลกระทบต่อทุกๆ ส่วนของระบบ และอาจจะไม่ได้อยู่ในลักษณะของตัวซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมเสมอไป อาจจะเป็นแค่ ขั้นตอนการทำงาน หรือนโยบายการทำงาน ที่จะมีส่วนช่วยให้ข้อมูลที่ไหลผ่านเข้ามาในระบบ มีคุณภาพที่สูงเพียงพออยู่เสมอ  ในส่วนนี้ยังอาจจะแบ่งย่อยไปอีกได้เป็น
    • Master Data Management หนึ่งในปัญหาที่น่าปวดหัวที่สุด ของงาน business intelligence คือการทำให้ข้อมูลอ้างอิง (master data, reference data) มีความถูกต้องสอดคล้องกันทั้งระบบ ถ้าสินค้าชนิดเดียวกัน มีข้อมูลราคาขายที่แตกต่างกันในระบบขายกับในระบบบัญชี ผู้ใช้ก็จะได้เห็นตัวเลขยอดขายที่แตกต่างกันจากสองแผนก
    • Data Validation & Publishing กระบวนการตรวจสอบ ข้อมูลและการเผยแพร่ข้อมูล จะช่วยให้มั่นใจในคุณภาพของข้อมูลหลังจากการติดตั้งระบบ ถ้าไม่มีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ ข้อมูลจะเสื่อมคุณภาพลงเรื่อยๆ จากปัจจัยหลายอย่าง และขั้นตอนหรือนโยบายการเผยแพร่ข้อมูล จะช่วยให้เราเผยแพร่ข้อมูลที่เหมาะสมต่อการใช้งานได้ เช่น คุณไม่ต้องรอให้ข้อมูลถูกต้องครบถ้วนจนถึงทศนิยมหลักที่ 5 ก็ได้ หากคุณได้ข้อมูลมาประมาณ 95% ของทั้งหมดแล้ว ถ้าจะใช้ในการวางแผนการตลาด แต่ถ้าต้องการนำข้อมูลไปลงในรายงานผู้ถือหุ้น คุณต้องแน่ใจว่า งบการเงินมีความถูกต้องแม่นยำ 100%
  • Change Management: การจัดการการเปลี่ยนแปลง เป็นกระบวนการที่จะช่วยให้ทุกๆ องค์ประกอบตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิค เช่นต้องมีการอัพเกรดเซิร์ฟเวอร์หรืออัพเกรดซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง หรือการเปลี่ยนแปลงที่มีผลมาจากธุรกิจ เช่น การเพิ่มสินค้าชนิดใหม่ การเปิดตลาดใหม่ การซื้อขายกิจการ หรือการปรับโครงสร้างองค์กร การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลต่อความต้องการใช้งานสารสนเทศ ระบบ business intelligence จึงต้องมีความยืดหยุ่นมากพอที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้ ตัวอย่างหนึ่งได้แก่
    • Historical Restatement Process: เป็นกระบวนการที่ส่งผล ให้ข้อมูลในอดีตมีการเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของข้อมูลอ้างอิง เช่น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสถานะของอำเภอสระแก้ว ให้กลายมาเป็นจังหวัด ข้อมูลยอดขายเดิมในอดีต ที่เคยเป็นของจังหวัดปราจีนบุรี ส่วนหนึ่งต้องลดลง แล้วกลายมาเป็นยอดขายของจังหวัดสระแก้วแทน