November 12th, 2008Master Data Management maturity
เรื่อง MDM หรือ master data management กำลังเป็นคำยอดฮิตในหมู่คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงาน BI แต่ก็เหมือนกันกับ buzzword อื่นๆ ที่พอมีคนพูดถึงกันมากๆ vendor หรือคนไอทีหลายๆ คนก็เริ่มพยายามตั้งชื่อระบบ หรือสร้างงานที่มันมีคำว่า MDM อยู่ด้วย จะได้ไม่ตกยุค
ผมเองก็เป็นคนหนึ่งในจำพวกนั้น คือโดยหน้าที่รับผิดชอบ ต้องหาหรือสร้างความสามารถที่จะทำให้องค์กร ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนในงานด้าน Business Intelligence ซึ่งปฎิเสธไม่ได้เลยว่า คุณภาพของข้อมูลมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และเจาะให้ลึกลงไปอีก กว่าครึ่งของปัญหา data quality มีสาเหตุมาจากข้อมูลอ้างอิงหรือ master data นี่แหละ วิธีง่ายๆ ในการขายไอเดียให้ผู้ใหญ่ ก็คือ ก็เลือกใช้คำว่า MDM นี่แหละ ดูทันสมัยดี
โดยเนื้อหาแล้ว งานในส่วน MDM ก็คืองานที่ผสมกันระหว่าง data architecture กับ IT management นั่นแหละ คือต้องมองให้ออกว่า ข้อมูลอ้างอิงที่ต้องการ มันกระจายอยู่ในส่วนไหนขององค์กรบ้าง แล้วผลักดันให้เกิดระบบและกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เกิดโอกาสผิดพลาดจากข้อมูลอ้างอิงน้อยที่สุด ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่เลย เป็นสิ่งที่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ก็มีงานในลักษณะนี้ แต่ตอนนั้นมันไม่ได้เรียกกันว่า MDM เท่านั้นเอง
ผมมี white paper อยู่ฉบับหนึ่ง ซึ่งดาวน์โหลดมาจากไหนก็จำไม่ได้แล้ว แต่เคยเอาเนื้อหาในนั้นมาทำ presentation อธิบายลำดับขั้นความก้าวหน้าในการจัดการข้อมูลอ้างอิงภายในองค์กร เลยตัดเอาเฉพาะส่วนที่อธิบาย maturity level มาอัพขึ้น slideshare ข้างล่าง (อาจจะดูห้วนๆ ไปบ้างนะครับ เพราะความจริงแล้ว section นี้มันฝังอยู่ใน presentation ใหญ่เรื่องอื่ีนอีกที) ส่วนใครสนใจอยากอ่าน white paper ฉบับเต็ม ก็ดาวน์โหลดได้ที่นี่เลยครับ (pdf, Eng, 760kb)

ใน ระหว่างการเตรียมจัดงานประชุมประจำปีภายในของ IT manager ทั่วเอเชีย ผมเตรียมรายชื่อผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งเป็น IT manager ระดับ section manager ขึ้นไปที่มี base location อยู่ใน Asia แล้วก็พบปัญหาหลายประการ ตัวอย่างเช่น
ห่าง หายไปนาน เดี๋ยวจะคิดว่า series Master Data Management จบไปเสียแล้ว ยังครับ ยังไม่ได้เริ่มเลยด้วยซ้ำ แต่ก่อนจะเริ่มพูดถึง MDM ระดับทั่วทั้งองค์กร ลองมามองถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากคุณภาพของข้อมูลอ้างอิงกันก่อน เริ่มกันที่ระบบงานคอมพิวเตอร์เพียงระบบเดียวนี่แหละ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ผมยกตัวอย่างว่า เรากำลังจะออกแบบและพัฒนาระบบลูกค้าสัมพันธ์ของร้านเช่าวีดีโอ (หรือน่าจะเป็น VCD/DVD แล้วสมัยนี้) แห่งหนึ่งในต่างจังหวัด ถ้าจะเรียกให้หรูหน่อยอาจจะเป็น CRM (Customer Relationship Management) ย่อยๆ ก็คงพอได้ ประมาณว่าเจ้าของกิจการรุ่นลูก เพิ่งจบ MBA มาหมาดๆ อยากทำแคมเปญการตลาดกระตุ้นยอดเช่าของลูกค้ารายเดิมๆ ก็อยากได้ระบบไอทีที่เก็บข้อมูลการติดต่อกับลูกค้าแต่ละรายไว้ อาทิเช่น ชื่อที่อยู่หมายเลขโทรศัพท์ รายการหนังที่เคยเช่าไป หรือรายการหนังค้างส่ง เป็นต้น เพื่อจะปรับกิจกรรมทางการตลาดได้