วันก่อนมีโอกาสเข้าฟัง organization updates จากผู้ใหญ่ในแผนก ผ่านทาง teleconference กับ webcast มีอยู่ตอนหนึ่งที่มีการกล่าวถึงเรื่องการอบรมภายในบริษัท แล้วก็มีกราฟรูปหนึ่งโชว์จำนวนผู้ผ่านการอบรมในแต่ละสาขา แวบแรกที่ดูกราฟ ผมงงอยู่พักหนึ่งเหมือนกัน เพราะในขณะที่ผู้พูดเริ่มเก็บข้อมูลเปรียบเทียบเฉพาะปี 2007 กับปี 2008 แต่ไหงกราฟมันโชว์สูงๆ ต่ำๆ เสียขนาดนั้น พอเห็น legend แล้วถึงได้เข้าใจ

ความจริงแล้วถ้าดูในส่วนของข้อมูลดิบ ก็ได้เป็นอย่างนี้

การใช้ line chart จะให้ความรู้สึกที่ต่อเนื่อง และโดยทั่วไปแล้ว แกนนอนของกราฟเส้นควรจะเป็นแกนเวลา แต่เนื่องจากข้อมูลชุดนี้มีข้อมูลเพียงแต่ 2 ช่วงเวลา แต่เป็นข้อมูลของชุดที่แตกต่างกันถึง 5 ชุด ผมเลยว่าถ้าเลือกใช้เป็นกราฟแท่ง น่าจะสื่อความหมายของ “การเติบโตเทียบกับปีที่แล้ว” ได้ดีกว่า

เพิ่มเติม:
ได้รับคำแนะนำจากเพื่อนให้ไปดูที่ ExtremePresentation ซึ่งเป็นไซต์ที่น่าสนใจทีเดียว มีหน้าหนึ่งที่แสดงวิธีการเลือกชนิดของ chart ที่จะใช้ด้วย (คลิ้กเพื่อดูภาพเต็มนะครับ ถ้าไปที่ไซต์จะมี pdf ให้ดาวน์โหลดด้วย)

ที่มา: Extreme Presentation: Identify the most effective graphical elements to use in your presentation
ส่วนนำเสนอข้อมูลหรือ presentation layer บางทีก็เรียกว่า user interface เป็นองค์ประกอบที่ทำหน้าที่ติดต่อกับผู้ใช้ โดยการแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่ผู้ใช้สามารถเข้าใจได้ง่าย สร้างมุมมองและความเข้าใจใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น และจัดการโต้ตอบกับผู้ใช้ โดยการรับคำสั่งเพิ่มเติม ในระหว่างที่ผู้ใช้กำลังดูข้อมูล
ถ้าเราแบ่งประเภทของส่วนนำเสนอข้อมูล ตามวิธีการติดตั้งและเรียกใช้งาน จะแบ่งเป็นประเภทดังนี้
- Client base : เป็นโปรแกรมที่ติดตั้งอยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้กำลังใช้งานอยู่ โปรแกรมลักษณะนี้มักจะมีความสามารถสูง ทำงานได้รวดเร็ว แต่ก็มีความยุ่งยากในการจัดการ เพราะต้องมีการติดตั้ง อัพเกรด และแก้ปัญหา จะมีการเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง
- Thin-Client หรือ Web-base แล้วแต่จะเรียก เครื่องมือเหล่านี้ไม่ต้องการการติดตั้งลงบนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ หรือหากจะมีบ้างก็อาจจะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เช่น ผู้ใช้เพียงแต่ตัองมี web browser เท่านั้นก็สามารถใช้งานได้แล้ว หรืออย่างมากก็อาจจะเป็นแค่ Java Runtime libray ข้อดีคือ สะดวกต่อการจัดการกับโปรแกรม เพราะตัวโปรแกรมส่วนใหญ่ทำงานอยู่บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ การอัพเกรด หรือแก้บั๊ก ก็ทำได้ง่าย และยังสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ได้ง่ายกว่า แต่ก็มีข้อจำกัดที่ ผู้ใช้จำเป็นจะต้องเชื่อมต่ออยู่บนเครือข่ายเกือบตลอดเวลาที่ใช้งาน และโดยมากมักจะมีความสามารถที่จำกัดกว่าโปรแกรมแบบ client base และมักจะทำงานได้ช้ากว่าด้วย
- Embeded : โปรแกรมหรือเครื่องมือประเภทนี้ อาจจะไม่ได้มีลักษณะเฉพาะที่ผู้ใช้สามารถรับรู้ได้ว่า กำลังใช้เครื่องมือในการนำเสนอข้อมูลอยู่ เพราะมัน “ฝังตัว” อยู่ในโปรแกรมอื่น ตัวอย่างที่เห็นได้ง่าย คือการสร้างเอกสาร จำพวก Word หรือ Powerpoint โดยที่มีการดึงข้อมูลมาจาก Excel หรือฐานข้อมูล แล้วสร้างลิงค์เชื่อมโยงไว้ เมื่อใดที่ข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงไป ตารางหรือกราฟที่ปรากฎอยู่บนเอกสาร ก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
ส่วนนำเสนอเหล่านี้ บางทีก็ถูกเรียกว่า OLAP tool, ad-hoc tool หรือ BI tool บ่อยครั้งที่คำเหล่านี้ถูกใช้ในความหมายที่สื่อถึงเฉพาะส่วนนำเสนอข้อมูล เท่่านั้น