บริษัทการ์ตเนอร์ (Gartner) เผยสิบเทคโนโลยีที่มีความสำคัญทางกลยุทธ์ในปี 2009 และคาดว่าจะส่งผลสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจต่อไปในอีก 3 ปีข้างหน้าด้วย เทคโนโลยีทั้งสิบรายการนี้ประกอบไปด้วย
- Virtualization
- Cloud computing
- Servers–beyond blades
- Web-oriented architectures
- Enterprise mash-ups
- Specialized systems
- Social software and social networking
- Unified communications
- Business intelligence
- Green IT
รายละเอียดหรือความหมายของเทคโนโลยีแต่ละอย่าง ดูได้จากลิงค์ด้านล่างนะครับ ก็น่าดีใจที่ผลการจัดอันดับนี้จะทำให้งาน BI ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอีก แต่ผมแปลกใจว่า ทำไมเพิ่งมาติดอันดับเอาปีนี้ ถ้าติดอันดับมาเมื่อซัก 3-4 ปีก่อนก็จะไม่น่าแปลกใจเลยครับ ในบรรดากลุ่มเทคโนโลยีที่ำกล่าวมาข้างต้น ผมว่า business intelligence น่าจะอยู่ในกลุ่มที่เก่าแก่ที่สุดเลยนะนี่ คือมีความสำคัญมาโดยตลอด และก็คาดว่า จะยังคงได้รับความสำคัญต่อไปอีกจากการจัดลำดับในครั้งนี้
ที่มา : blongnone, ZDNet Asia , Gartner
สายอาชีพของงาน business intelligence มีลักษณะที่แตกต่างจากงาน IT สายอาชีพอื่นตรงที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดอย่างยิ่งกับประเภทของธุรกิจ ดังนั้นหากคุณสนใจในงานด้าน BI คุณจะต้องมีความรู้ในด้านธุรกิจด้วย
ผมมองงานด้านไอทีกว้างๆ เป็นสามจำพวก ตามลักษณะความผูกพันกับประเภทของธุรกิจ คือ
- งานด้าน infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งต้องการความรู้ด้านเทคโนโลยีเฉพาะเจาะจงสูง และไม่ค่อยขึ้นอยู่กับความรู้เกี่ยวกับธุรกิจมากนัก อาทิเช่นงานด้าน Network ด้าน Security ด้าน Database DBA หรือทางด้าน Platform management ถ้าคุณเป็น Certified Oracle DBA คุณสามารถย้ายงานไปมาระหว่างบริษัทประกันภัย โรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ได้อย่างง่ายดาย ตราบเท่าที่ธุรกิจเหล่านั้นใช้ Oracle RDBMS เป็นหลัก
- งานด้านการออกแบบและพัฒนา application ซึ่งต้องการทั้งความรู้ทางเทคนิค และความรู้ในกระบวนการทางธุรกิจพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับแอพลิเคชันนั้นๆ ด้วย เช่นถ้าคุณทำงานพัฒนาแอพลิเคชันด้านระบบบัญชี แน่นอนที่จะต้องมีความรู้ในเรื่องหลักการบัญชีพื้นฐานด้วย แต่ความรู้นั้นๆ ก็ไม่ได้เจาะจงกับธุรกิจมากนัก คุณยังย้ายงานไปมาในบริษัทข้ามสายธุรกิจได้ ตราบเท่าที่บริษัทเหล่านั้นใช้พื้นฐานการบันทึกและจัดทำบัญชีแบบเดียวกัน
- งานสายไอที ที่ต้องการความเข้าใจในกระบวนการทางธุรกิจมาก อาทิเช่น งาน implement ระบบ ERP/CRM หรืองาน implement ระบบ BI ทั้งนี้เนื่องจากงานเหล่านี้ บางส่วนเกี่ยวพันหรืออาจจะต้องมีการปรับเปลียนขั้นตอนการทำงานทางธุรกิจ ถึงจะประสบความสำเร็จ ลักษณะการพัฒนาระบบ BI สำหรับธุรกิจอย่างหนึ่ง อาจมีความแตกต่างอย่างมากกับธุรกิจประเภทอื่น รายงาน KPI หรือ scorecard ก็อาจดูแตกต่างกัน หรือมีนิยามต่างกัน
ดังนั้นถ้าคุณสนใจงานด้าน BI ในลักษณะที่เป็น application development หรืองาน implementation คุณหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจกับเทคโนโลยีและธุรกิจไปควบคู่กันในลักษณะ dual major เหมือนตอนเรียนในวิทยาลัย
ส่วนแรกคือความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีหรือเทคนิคอย่างใดอย่างหนึ่ง รายการข้างล่างเป็นเพียงตัวอย่างส่วนน้อยเท่านั้น คุณอาจเขียนเพิ่มหรือลดลงเองได้ ผมจะเรียกส่วนนี้ว่า technical domain อาทิเช่น
- การออกแบบ data model
- การทำ requirement analysis
- การบริหารโครงการ
- การออกแบบ OLAP cube structure
- การปรับแต่ง Oracle BI EE
ส่วนที่สองคือ ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการทำงาน ธรรมชาติของธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรม หรือในแต่ละส่วนงาน เรียกว่า business domain
- ธุรกิจโทรคมนาคม
- ธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค
- การวางแผนการผลิตในธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์
- การตลาดในธุรกิจเกมออนไลน์
- การบริการลูกค้าในธุรกิจบัตรเครดิต

สิ่งที่ต้องทำคือ สร้างตารางขึ้นมาตามรูปก่อน โดยให้ technical domain เป็นแถว และ business domain เป็นคอลัมน์ โดยมีข้อแนะนำดังนี้
- เริ่มต้นง่ายๆ ก่อน เลือกจัดกลุ่มทั้ง technical และ business domain แค่ 2-3 รายการที่คุณรู้จักและเข้าใจ
- ระบุส่วนที่คุณมีความถนัดและเชี่ยวชาญที่สุดในปัจจุบัน จัดลำดับไว้มุมซ้ายบน นี่คือจุดที่คุณอยู่ในเวลานี้
- เรียงลำดับทั้ง business และ technical domain ตามความชอบและความสนใจ
ตารางดังกล่าวจะช่วยให้คุณมองเห็นภาพตำแหน่งปัจจุบัน (ในแง่ของทักษะและความรู้) ที่คุณอยู่ เทียบกับตำแหน่งที่คุณอยากไปในอนาคต ในระหว่างการตัดสินใจย้ายงาน รับงานใหม่ หรือเริ่มทำโครงการใดๆ ย้อนกลับมามองภาพตารางนี้สักนิด จะช่วยให้คุณระลึกได้ว่า งานใหม่ โปรเจ็คใหม่ หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่คุณกำลังจะเริ่มทำ จะช่วยให้คุณเข้าใกล้จุดหมายทางอาชีพมากขึ้น หรือทำให้คุณถอยห่างจากเป้าหมายไกลออกไปอีก
คำเตือน คุณอาจจะอยากกระโดดจากจุดที่คุณอยู่ในปัจจุบัน ไปยังจุดที่คุณอยากไปถึงในครั้งเดียว หรือกระโดดจากมุมซ้ายบน พรวดมาอยู่มุมล่างขวาทันทีที่มีโอกาส ก็ได้เหมือนกันครับ แต่อย่าลืมว่ามีความเสี่ยงอยู่มากที่จะทำเช่นนั้น เพราะหมายความว่าคุณจะเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่คุณไม่คุ้นเคย ทุกอย่างใหม่หมด และมีความเสี่ยงสูงที่จะไม่ประสบความสำเร็จ แน่นอนครับ ถ้าคุณเริ่มทำงานเป็นครั้งแรก อายุยังน้อย นั่นคือข้อดี ลุยไปเลย แต่เมื่อสะสมประสบการณ์มากๆ ขึ้น ให้ใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมาให้เป็นประโยชน์ดีกว่ามาเริ่มใหม่หมด ขยับทีละนิด ไปตามแนวนอนหรือแนวขวางทีละช่อง อย่างน้อยก็ยังมีหนึ่งโดเมนที่คุณคุ้นเคยหรือมีประสบการณ์มาก่อน